CETED : ศูนย์เทคโนโลยีการศึกษา (สังกัด สำนักงานกศน.) Centre for Educational Technology. สถานีวิทยุศึกษา และสถานีวิทยุโทรทัศน์เพื่อการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ (ETV) พัฒนาบุคลากรทางเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ทั้งผู้ผลิต ผู้ใช้ ให้มีความรู้และทักษะ ในด้านการผลิต การใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา
#ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซด์ ศูนย์เทคโนโลยีทางการศึกษา , #เชิญชมรายการ สายใย กศน. ออกอากาศสดทุกวันจันทร์ เวลา 10.00 -11.00 น. ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์เพื่อการศึกษา ETV โทรศัพท์ร่วมแสดงความคิดเห็นในรายการได้ที่ 02 3545447-49 พร้อมรับของรางวัล #เปลี่ยนแปลงตัวเอง แล้วโลกก็จะเปลี่ยนแปลง ,

สพฐ.ยุบรวมหน่วยงานภายใน/ศธ.มีเวลา 6 เดือนแก้กฎหมายหลัก/เล็งใช้เทคโนฯตรวจลอกผลงาน/

2016 25 Oct
Written by 

✎ สพฐ.ยุบรวมหน่วยงานภายใน จากเดิม 25 หน่วยงาน เหลือ 16 หน่วยงาน
หวังลดความซ้ำซ้อนในการปฎิบัติงาน เพื่อการให้การขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษามีความคล่องตัวมากขึ้น วันนี้ (24 ต.ค.) นายการุณ สกุลประดิษฐ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.) เปิดเผยว่า ในการประชุมผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เมื่อเร็วๆนี้ ที่ประชุมได้หารือถึงการปรับโครงสร้างภายในของ สพฐ.มีข้อสรุปว่า จะยุบหน่วยงานภายในจาก 25 หน่วยงาน ให้เหลือ 16 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักอำนวยการ สำนักการคลังและสินทรัพย์ สำนักติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักทดสอบทางการศึกษา สำนักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน สำนักนโยบายและแผนการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ สำนักพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษา สำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและนิติการ สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา กลุ่มพัฒนาระบบบริหาร กลุ่มตรวจสอบภายใน สำนักบริหารงานการมัธยมศึกษาตอนปลาย ศูนย์พัฒนาการนิเทศและเร่งรัดคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักพัฒนาการศึกษาเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ และ สำนักพัฒนาครูและบุคลากรการศึกษาขั้นพื้นฐาน “รมว.ศึกษาธิการมีนโยบายให้ปรับโครงสร้างภายในเพื่อให้ภารกิจของ สพฐ.ไม่ซ้ำซ้อน และมีประสิทธิภาพในการจัดการศึกษาอย่างมีคุณภาพ และเพื่อให้เกิดเอกภาพ เชื่อมโยงนโยบายไปสู่การปฎิบัติในระดับพื้นที่ได้คล่องตัวมากขึ้น อีกทั้งเป็นการรองรับการแยกสำนักวิชาการแยกออกจากสพฐ.ไปเป็นกรมวิชาการ ซึ่งจะต้องมีการเพิ่มภารกิจใหม่ เช่น การเพิ่มสำนักประถมศึกษา สำนักมัธยมศึกษา และสำนักกิจการนักเรียน เพื่อตอบโจทย์งานวิชาการในอนาคตด้วย” นายการุณกล่าว

ศธ.มีเวลา 6 เดือนแก้กฎหมายหลัก
รมว.ศึกษาธิการ ติดตามความคืบหน้างานปฏิรูปการศึกษา เร่งกฎหมายหลักและกฎหมายลูกของ ศธ.ต้องเสร็จภายในระยะเวลา 6 เดือน วันนี้ (24 ต.ค.) พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ในการประชุมผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) เมื่อเร็ว ๆ นี้ ตนได้ติดตามความคืบหน้างานปฏิรูปการศึกษา ซึ่งขณะนี้ ศธ.มีกฏหมายหลัก และกฎหมายลูกที่ต้องปรับปรุงหลายฉบับ เช่น พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ร.บ.การศึกษาตลอดชีวิต พ.ร.บ.โรงเรียนเอกชน และ พ.ร.บ.การอุดมศึกษา เป็นต้น ซึ่งตนได้ให้หลักการไปว่า การปรับปรุงกฎหมายต้องสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่จะมีการประกาศใช้ โดยนำข้อเสนอและความคิดเห็นของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช. )และสภาขับเคลื่อนการปฎิรูปประเทศ (สปท.)มาดูประกอบการร่างกฎหมาย พร้อมทั้งให้นำคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษามาใส่ไว้ด้วย และการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายต้องให้เป็นไปในทิศทางเดียวกับคณะกรรมการประสานงานรวม 3ฝ่าย ได้แก่ คณะรัฐมนตรี สนช.และสปท. ที่มีนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานด้วย “การปรับปรุง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ต้องแล้วเสร็จภายใน 6 เดือน ส่วนการปรับปรุงและจัดทำกฎหมายอื่น ๆ ยังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจน นอกจากนี้จะต้องเร่งการแก้ปัญหาความล่าช้าการบริหารงานบุคคลของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) และ การแก้ปัญหาเกี่ยวกับการประกันคุณภาพการศึกษาและการประเมินคุณภาพภายนอกสถานศึกษาด้วย”รมว.ศธ.กล่าว

ปลัด ศธ. เผย กระทรวงศึกษาธิการ เล็งใช้เทคโนฯตรวจลอกผลงาน และง่ายต่อการประเมิน เป็นระบบสากล

วันนี้ (24 ต.ค.) ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ในการประเมินเพื่อให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีวิทยฐานะและเลื่อนวิทยฐานะในปัจจุบันส่วนใหญ่ใช้ระบบการประเมินจากเอกสารรายงานความรู้ ความสามารถ หรือ เอกสารรายงานทางวิชาการรูปแบบต่างๆ แต่ในการส่งผลงานของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ผ่านมา ก็มีเสียงสะท้อนทั้งจากกรรมการผู้ประเมิน และกลุ่มข้าราชการที่ทำผลงานวิชาการเองว่า มีการลอกเลียนแบบ ทั้งลอกแบบเล็กน้อย และลอกจำนวนมาก ทำให้ไม่เกิดประโยชน์กับการพัฒนาวิชาการและวิชาชีพ จึงควรปรับปรุงระบบการตรวจสอบ โดยนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วย ดร.ชัยพฤกษ์ กล่าวต่อไปว่า จากการหารือเบื้องต้น พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ก็เห็นด้วยในหลักการปรับปรุงระบบการตรวจสอบเอกสารที่ใช้เสนอขอประเมินวิทยฐานะ โดยให้เพิ่มเติมเรื่องการใช้เทคโนโลยีเข้ามาตรวจสอบ ซึ่งปัจจุบันมีโปรแกรมตรวจสอบการลอกเลียนผลงานทางวิชาการ อาทิ TURNITIN ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ใช้ตรวจสอบการคัดลอกผลงานที่เป็นสิ่งพิมพ์ออนไลน์ พร้อมทั้งชี้แหล่งข้อมูลที่ปรากฏซ้ำ และแสดงรายการดังกล่าวเป็นแถบสี และระดับเปอร์เซนต์การเทียบซ้ำ โดยใช้หลักการเทียบซ้ำคำต่อคำ สามารถตรวจสอบได้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ทำให้ง่ายต่อการประเมินผลงานชิ้นนั้นๆ ซึ่งระบบนี้ใช้กันมากในระดับสากล ส่วนของไทยก็มีระบบอักขราวิสุทธิ์ที่ใช้ตรวจจับการคัดลอกวิทยานิพนธ์ ใช้กันมากในมหาวิทยาลัย “ จะมีการหารือเรื่องนี้ในการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) วันที่ 27 ต.ค.นี้ หากที่ประชุมให้ความเห็นชอบก็ต้องเร่งศึกษาว่าจะนำโปรแกรมที่มีอยู่แล้วมาใช้ หรือจะพัฒนาขึ้นมาใหม่"ปลัดศธ.กล่าว

"ชัยยศ" จ่อฟันขาใหญ่เกาะกินลูกเสือมานาน หลังพบทุจริตหลายโครงการ ลั่นกวาดบ้าน

วันนี้ (24 ต.ค.) ดร.ชัยยศ อิ่มสุวรรณ์ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในฐานะเลขาธิการสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ กิจการลูกเสือให้โปร่งใสเปิดเผยว่า ขณะนี้พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี ได้ลงนามคำสั่งแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ จำนวน 15 คนแล้ว หลังจากกรรมการชุดดังกล่าวหมดวาระตั้งแต่วันที่ 4 ก.ค.2559 และต่อจากนี้จะได้เดินหน้าขับเคลื่อนงานลูกเสือให้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรมตามนโยบายของ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ที่มีความต้องการปฎิรูปงานลูกเสือไม่ว่าจะเป็นการปรับโครงสร้างสำนักงานลูกเสือ รื้อหลักสูตรอบรมลูกเสือทุกรุ่นให้มีความทันสมัยมากขึ้น เนื่องจากหลักสูตรดังกล่าวไม่ได้ปรับปรุงมานานกว่า 20 ปี รวมถึงจัดทำประชาพิจารณ์การเปลี่ยนชุดลูกเสือด้วย รองปลัด ศธ.กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ตนยังพบข้อมูลว่า มีครู ประมาณ 300 คน เข้าอบรมในโครงการฝึกอบรมผู้บังคับบัญชาลูกเสือระดับผู้นำขั้นความรู้ชั้นสูงไปนานแล้ว แต่ยังไม่ได้รับวุฒิบัตร ตนจึงได้ตรวจสอบข้อมูลทำให้พบความไม่ชอบมาพากล เพราะผู้อำนวยการฝึกและทีมวิทยากรไม่ได้รับการอนุมัติจากเลขาธิการสำนักงานลูกเสือแห่งชาติแต่งตั้งให้เป็นผู้อบรม จึงเท่ากับว่าหลักสูตรนี้ยังไม่ได้ผ่านความเห็นชอบจากผู้บังคับบัญชา อีกทั้งยังมีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายการอบรมในอัตราค่อนข้างสูง เท่ากับเรื่องนี้มีการลักลอบดำเนินการ ซึ่งตนคิดว่าน่าจะเป็นขาใหญ่ในสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ ดังนั้นตนจะตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าใครที่เรียกรับเงินเพื่อดำเนินการทางวินัยต่อไป “ ยังมีอีกหลายเรื่องที่ดำเนินการไม่โปร่งใส โดยเฉพาะการขอเข็มลูกเสือสดุดี เนื่องจากมีการเรียกรับเงินเกิดขึ้น และบางคนมีการรับเข็มดังกล่าวถึง 3 ครั้งติดต่อกัน เพราะเข็มนี้ถือเป็นรางวัลอย่างหนึ่งที่แสดงถึงผลงานเชิงประจักษ์ ซึ่งผู้ได้รับจะสามารถยื่นขอมีวิทยฐานะหรือเลื่อนเป็นวิทยฐานะชำนาญการพิเศษและวิทยฐานะเชี่ยวชาญทุกตำแหน่ง (ว.13) ได้ เรื่องนี้เป็นระบบที่ทำมั่วไปหมดและส่อว่าจะมีการทุจริตด้วย ดังนั้นผมจะต้องปฎิรูปงานลูกเสือและเก็บกวาดบ้านให้สะอาด ” รองปลัด ศธ.กล่าว

 

 

Rate this item
(0 votes)
Read 1631 times Last modified on Tuesday, 25 October 2016 11:37
Super User

Website: www.ceted.net Email This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

Latest from Super User

  • goldtraders.or.th
  • gpf.or.th
  • bot.or.th
  • Ceted2010
  • eppo.go.th
  • tmd.go.th

About us

สงวนลิขสิทธิ์ 2553
ศูนย์เทคโนโลยีทางการศึกษา
ถนนศรีอยุธยา เขตราชเทวี
กรุงเทพฯ 10400.

โทรศัพท์ : 0-2354-5730-40
โทรสาร : 0-2354-5741
อีเมล์ : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

Location Services

ศูนย์เทคโนโลยีทางการศึกษา ถนนศรีอยุธยา เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400

Top of Page