CETED : ศูนย์เทคโนโลยีการศึกษา (สังกัด สำนักงานกศน.) Centre for Educational Technology. สถานีวิทยุศึกษา และสถานีวิทยุโทรทัศน์เพื่อการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ (ETV) พัฒนาบุคลากรทางเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ทั้งผู้ผลิต ผู้ใช้ ให้มีความรู้และทักษะ ในด้านการผลิต การใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา
#ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซด์ ศูนย์เทคโนโลยีทางการศึกษา , #เชิญชมรายการ สายใย กศน. ออกอากาศสดทุกวันจันทร์ เวลา 10.00 -11.00 น. ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์เพื่อการศึกษา ETV โทรศัพท์ร่วมแสดงความคิดเห็นในรายการได้ที่ 02 3545447-49 พร้อมรับของรางวัล #เปลี่ยนแปลงตัวเอง แล้วโลกก็จะเปลี่ยนแปลง ,

ข่าวประชาสัมพันธ์

สสค.-นักวิชาการ ชี้รัฐ (ต้อง) สร้าง “ห้องเรียน 4.0” คิดสร้างสรรค์ มีทักษะ ทำงานเป็นทีม ใฝ่รู้ใฝ่เรียน รู้แยกแยะ –จี้รัฐยกเลิกโอเน็ต หากมุ่งเป้าพัฒนาประเทศ

สสค.-นักวิชาการ ชี้รัฐ (ต้อง) สร้าง “ห้องเรียน 4.0” คิดสร้างสรรค์ มีทักษะ ทำงานเป็นทีม ใฝ่รู้ใฝ่เรียน รู้แยกแยะ –จี้รัฐยกเลิกโอเน็ต หากมุ่งเป้าพัฒนาประเทศ 2016 03 Nov
Written by

สสค.-นักวิชาการ ชี้รัฐ (ต้อง) สร้าง “ห้องเรียน 4.0” คิดสร้างสรรค์ มีทักษะ ทำงานเป็นทีม ใฝ่รู้ใฝ่เรียน รู้แยกแยะ –จี้รัฐยกเลิกโอเน็ต หากมุ่งเป้าพัฒนาประเทศ

สสค.-นักวิชาการ ชี้รัฐ (ต้อง) สร้าง “ห้องเรียน 4.0” คิดสร้างสรรค์ มีทักษะ ทำงานเป็นทีม ใฝ่รู้ใฝ่เรียน รู้แยกแยะ –จี้รัฐยกเลิกโอเน็ต หากมุ่งเป้าพัฒนาประเทศสู่ Thailand 4.0   ดร. วิริยะ ฤาชัยพาณิชย์ นักวิชาการ ผู้วิจัยและพัฒนา  Creativity-based Learning ให้สัมภาษณ์ถึแนวคิดการสร้าง ‘ห้องเรียน 4.0’ = ทาง(ต้อง)เลือกเพื่อเดินหน้าประเทศไทย เพื่อการเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษาไทย ให้สอดรับกับเป้าหมายของประเทศไทยในการเดินหน้าเข้าสู่ยุค Industry 4.0 และ Thailand 4.0 เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจให้ประสบความสำเร็จ โดยการพัฒนาการศึกษาให้สอดคล้องกับการพัฒนาประเทศ   ดร. วิริยะ กล่าวถึงแนวความคิดเกี่ยวกับห้องเรียน 4.0 ว่า ได้หารือกับสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) ในฐานะเป็นหน่วยส่งเสริมและสนับสนุนกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อเป้าหมายในการปฏิรูปการศึกษาให้บรรลุผลสำเร็จ ซึ่งเดิมได้กำหนดจัดจัดปาฐกถา เรื่อง “ห้องเรียน 4.0” = ทาง(ต้อง)เลือก เพื่อเดินหน้าประเทศไทย ในวันที่ 19 ตุลาคม 2559 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ในงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 21 แต่ได้ยกเลิกการจัดกิจกรรมดังกล่าวไป เพื่อแสดงความอาลัยต่อการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ดังนั้น เพื่อประโยชน์ต่อการศึกษาของประเทศ แนวความคิด “ห้องเรียน 4.0” คือห้องเรียนที่จะสร้างให้เด็กก้าวสู่ Thailand 4.0 โดยจะมุ่งให้เด็กและเยาวชนมีความคิดสร้างสรรค์ มีทักษะในศตวรรษที่ 21 สามารถทำงานร่วมกันเป็นทีม มีทักษะของการเรียนรู้ คิดวิเคราะห์ ใฝ่รู้ใฝ่เรียน รู้จักแยกแยะข้อมูล ซึ่งห้องเรียนที่กล่าวมานี้ ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ในโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยในปัจจุบัน ถ้ายังสอนและวัดผลด้วยการให้นักเรียนท่องจำหรือลอกจากตำรา ฉะนั้น สิ่งที่ต้องการทั้งทักษะการคิด การเรียนรู้และทักษะการทำงาน จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย ถ้าครูสอนแบบเดิม วัดผลเหมือนเดิม การสอบเข้ามหาวิทยาลัยเหมือนเดิม ที่สำคัญควรยกเลิกการนำการทดสอบการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐานคะแนน (O-NET) มาใช้วัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน ไม่เช่นนั้นไทยแลนด์ 4.0 ก็จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้จริง    ทั้งนี้ สอดคล้องกับผลการสำรวจความต้องการแรงงานของนายจ้างและองค์กรเกิดใหม่ในปี 2557 ขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) พบว่านายจ้างขององค์กรในศตวรรษที่ 21 คาดหวังให้พนักงานในองค์กรมีทักษะด้านการคิดวิเคราะห์ (Critical Thinking) และความคิดสร้างสรรค์ (Creativity) มากที่สุด นอกจากนี้ ผลการสำรวจของ McKinsey พบว่าภาคธุรกิจกำลังประสบปัญหาการขาดแคลนผู้ที่มีทักษะต่างๆ ในการทำงาน รวมทั้งเยาวชนถึงร้อยละ 79 มีความรู้สึกว่าไม่ได้ถูกเตรียมความพร้อมในการทำงานภายหลังจบการศึกษา     ดร. วิริยะ กล่าวต่อว่า ห้องเรียน 4.0 เริ่มสร้างได้ทันที่ที่พร้อม โดยเฉพาะประชาชนคือ พ่อแม่ ผู้ปกครอง ต้องเป็นคนเริ่มก่อน ด้วยการสร้างแรงผลักดัน ฉายภาพชีวิตของลูกให้เห็นว่าเรียนรู้อะไร ฝึกอย่างไร จบมาจะเป็นอะไร ไม่ใช่เริ่มจากคำสั่ง อย่าให้โรงเรียนกลายเป็นที่ทำลายเด็กเสียเวลาไปกับเรื่องที่ไม่เกิดประโยชน์กับชีวิตและสังคมของเด็กเลย ถือเป็นความหายนะที่ร้ายแรงที่สุด โดยเด็กและเยาวชนควรเติบโตในโลกยุคปัจจุบัน ที่ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปหมดแล้ว ทุกคนสามารถสื่อสารผ่านเทคโนโลยี โทรทัศน์ วิทยุ ถ่ายทอดสดได้ทุกที่ทุกเวลา สามารถทำมาหากิน เขียนโปรแกรมได้ตั้งแต่อายุยังน้อย มีแหล่งเรียนรู้มากมายทั่วโลก ทางเลือกนั้นมีหลากหลาย ขอแต่เด็กมีเป้าหมายที่ชัดเจน แต่ปัญหาอย่างเดียวคือระบบการการศึกษาได้สกัดสิ่งเหล่านี้ให้หมดไป    “จึงอยากฝากคำถามดังๆ ไปทั่วประเทศ ตกลงเด็กเรียนเพื่อใคร เมื่อโรงเรียนไปตัดสินว่าเด็กโง่ โดยใช้ความจำ เนื้อหาที่ไม่เกี่ยวกับชีวิตเด็ก เอาเกรดมาตัดสิน ดังนั้น ถ้าจะวัดความสำเร็จของโรงเรียนต้องวัดว่า เด็กเรียนแล้วมีความสุข วันนี้เด็กยิ้มกี่ครั้ง หัวเราะกี่ครั้ง ได้กระโดด ได้วิ่งไหม อย่าวัดว่าเด็กจดจำอะไรได้เท่าไร พร้อมทั้งต้องเปลี่ยนการแข่งขันของโรงเรียนและเด็ก จากเดิมการได้ที่หนึ่งเกิดจากการแข่งขันชนะ แต่การได้ที่หนึ่งจากนี้และอนาคต ต้องวัดที่การแบ่งปันและสร้างสรรค์คนที่มีคุณงามความดีออกมา เพราะการศึกษาคือการพัฒนาคนให้มีคุณค่า วันนี้ การที่ยังเปลี่ยนห้องเรียนไม่ได้เพราะยังคงวัดผลโอเน็ต เด็กยังกวดวิชา ผู้ปกครองวัดความสำเร็จของลูกด้วยการสอบเข้ามหาลัยได้ จึงต่างคนต่างโทษกัน ผลร้ายปรากฏอยู่กับตัวเด็ก ซึ่งเด็กไม่รู้ว่าถ้าไม่ต้องแย่งกันสอบเข้าเด็กจะประสบความสำเร็จในชีวิตได้ง่ายกว่า”  ดร. วิริยะ กล่าว   ดร. วิริยะ กล่าวย้ำอีกว่า ถ้าจะทำห้องเรียน 4.0 หรือไทยแลนด์ 4.0 ต้องทำจากการเปลี่ยนห้องเรียน ให้สร้างคนที่พร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงนี้ เพราะต่อจากนี้ จะเป็นยุคของความรู้ (Knowledge) ที่สามารถเข้าถึงได้ทุกที่รวดเร็วและสะดวกต่อการใช้งาน ซึ่งไม่มีใครได้เปรียบใคร เรื่องของความคิด โดยเฉพาะความคิดสร้างสรรค์เท่านั้นที่จะทำให้เกิดคุณค่าเพิ่มจากทรัพยากรเดิมที่มีอยู่ ฉะนั้น การเรียนการสอนต้องสร้างคนที่คิด ครูจะสอนอย่างไรให้เด็กมีความคิดสร้างสรรค์ ที่สำคัญที่สุดถ้าคนมีความคิดสร้างสรรค์แล้ว จะไม่มีคนตีกันด้วยความคิดเห็นที่แตกต่างกันแต่จะเป็นการทะเลาะ เถียงกัน เพื่อช่วยกันหาข้อแตกต่าง ไม่ใช่การหาพวกที่เห็นตรงกัน เนื่องจากความคิดสร้างสรรค์เป็นเรื่องส่วนตัว ส่วนบุคคล เพราะเมื่อไรก็ตามที่คนมีความคิดสร้างสรรค์แล้ว บ้านเมืองก็จะน่าอยู่ การออกแบบ

 

ศธ.ขอให้โรงเรียนซื้อข้าวจากชาวนา/ปิดเทอมเด็กหยุด ครูไม่หยุด ศาลปค.สูงสุดชี้ ไม่มาทำงานถือว่าขาดราชการ

ศธ.ขอให้โรงเรียนซื้อข้าวจากชาวนา/ปิดเทอมเด็กหยุด ครูไม่หยุด ศาลปค.สูงสุดชี้ ไม่มาทำงานถือว่าขาดราชการ 2016 03 Nov
Written by

ศธ.ขอให้โรงเรียนซื้อข้าวจากชาวนา

"ชัยพฤกษ์"เผย "ดาว์พงษ์" ให้ทำหนังสือขอความร่วมมือไปยังสถานศึกษาในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการทั่วประเทศ ให้ช่วยซื้อข้าวจากชาวนา ในราคาที่เหมาะสม เพื่อช่วยเหลือชาวนาในสถานการณ์ราคาข้าวตกต่ำ วันนี้(1พ.ย.)ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) เปิดเผยว่า พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ได้มอบหมายให้ตนทำหนังสือขอความร่วมมือไปยังสถานศึกษาของ ศธ.ทั่วประเทศ ทั้งในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย(กศน.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน(สช.) ตลอดจนครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้ช่วยสนับสนุนซื้อข้าวจากชาวนาในราคาที่เหมาะสม เพื่อช่วยเหลือชาวนาในสถานการณ์ที่ราคาข้าวตกต่ำ โดยจัดซื้อเป็นข้าวสาร ข้าวเปลือก หรือข้าวซ้อมมือก็ได้ แต่อย่างไรก็ตามในส่วนของโรงเรียนที่มีงบประมาณโครงการอาหารกลางวันอยู่ ก็ให้ประสานความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) เพื่อให้ช่วยสนับสนุนด้วย

ปิดเทอมเด็กหยุด ครูไม่หยุด ศาลปค.สูงสุดชี้ ไม่มาทำงานถือว่าขาดราชการ

ศาลปกครองสูงสุดอ่านคำพิพากษาที่ จ.นครราชสีมา กรณีครู 2 คนไม่ได้รับพิจารณาขั้นเงินเดือน ยื่นฟ้อง ผอ.ที่ออกคำสั่งให้มาทำงานวันปิดเทอม เมื่อไม่มาโดยไม่ลาจึงเป็นการขาดราชการโดยไม่มีเหตุอันควร ให้ยกฟ้อง ถือเป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมาย ... วันที่ 1 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด คดีหมายเลขแดงที่ อ.1062/2559 อ่านคำพิพากษา ณ ศาลปกครองนครราชสีมา เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2559 ที่ผ่านมา เป็นกรณีที่ศาลวินิจฉัยเกี่ยวกับการ ที่ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้าน#### สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครราชสีมา เขต x มีคำสั่งแต่งตั้งผู้ฟ้องคดีทั้งสอง คือ นาง#### ที่ 1 และนาง##### ที่ 2 เป็นคณะกรรมการจัดทำรายงานการพัฒนาคุณภาพการศึกษาประจำปีของสถานศึกษา หากไม่เสร็จ ต้องทำต่อในช่วงปิดภาคเรียน ทั้งนี้ คำสั่งดังกล่าวของผู้อำนวยการ ระบุด้วยว่า ในช่วงปิดภาคเรียนซึ่งถือเป็นวันพักผ่อนของนักเรียน แต่เป็นวันปฏิบัติราชการตามปกติของครู ผู้อำนวยการโรงเรียน จึงชอบที่จะให้ข้าราชการครูมาปฏิบัติราชการในวันปิดภาคเรียนได้ ตามข้อ 6 ของระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการกำหนดเวลาทำงานและวันหยุดราชการของสถานศึกษา พ.ศ.2547 และข้าราชการครูต้องมาปฏิบัติราชการและลงลายมือชื่อมาปฏิบัติราชการด้วย ต่อมา ข้อเท็จจริง จากสารตรวจสอบบัญชีปฏิบัติงานราชการ โรงเรียนบ้าน#### ปรากฏว่าในช่วงปิดภาคเรียน ผู้ฟ้องคดีที่ 1 (นาง####) ไม่มาปฏิบัติราชการรวม 9 วันครึ่ง รวม 10 ครั้ง และผู้ฟ้องคดีที่ 2 (นาง#####) ไม่มาปฏิบัติราชการ 1 ครั้ง จำนวน 1 วัน โดยไม่ยื่นใบลา จึงถือว่าเป็นการขาดราชการโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ขณะที่ผู้ฟ้องคดี ได้ชี้แจงโต้แย้งว่า ตามที่โรงเรียนให้ข้าราชการครูไปปฏิบัติหน้าที่ในวันปิดภาคเรียนนั้น หากไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนที่จะทำให้ทางราชการเสียหาย หรือเกิดเหตุเร่งด่วน เช่น วาตภัย อุทกภัย วินาศภัย ถือเป็นการละเมิดสิทธิ และถือว่าไม่ได้ขาดราชการ เพราะเป็นวันปิดภาคเรียน แต่เมื่อพิจารณาจากข้อ 6 ของระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยกำหนดเวลาทำงาน และวันหยุดราชการของสถานศึกษา พ.ศ.2547 กำหนดว่า วันปิดภาคเรียนคือวันหยุดพักผ่อนของนักเรียน ซึ่งสถานศึกษาอาจอนุญาตให้ข้าราชการหยุดพักผ่อนด้วยก็ได้ แต่ถ้ามีราชการจำเป็น ให้ข้าราชการมาปฏิบัติราชการ เหมือนการมาปฏิบัติราชการตามปกติ เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า ก่อนปิดภาคเรียน ผู้ฟ้องคดีทั้งสอง ได้รับการแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการจัดทำรายงานการพัฒนาคุณภาพประจำปีของสถานศึกษา จึงชอบด้วยข้อ 6 ของของระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ดังกล่าว การขาดราชการไปโดยไม่มีเหตุอันควร ผู้ฟ้องคดีทั้งสองจึงไม่มีสิทธิที่จะได้รับการเลื่อนขั้นเงินเดือนครึ่งขั้น ตามกฎ ก.พ. ว่าด้วยการเลื่อนขั้นเงินเดือน พ.ศ.2544 การที่ผู้ถูกฟ้องที่ 2 (ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษานครราชสีมา เขต x) มีคำสั่งสำนักงานเขตพื้นที่นครราชสีมาฯ เรื่อง เลื่อนขั้นเงินเดือนข้าราชการครูและบุคลาการศึกษาในสังกัด โดยไม่เลื่อนขั้นเงินเดือนแก่ผู้ฟ้องคดีทั้งสอง โดยความเห็นชอบของผู้ถูกฟ้องที่ 3 (อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่นครราชสีมา เขต x) จึงเป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมายแล้ว การที่ศาลปกครองชั้นต้นพิพากษายกฟ้องนั้น ศาลปกครองสูงสุดเห็นพ้องด้วย พิพากษายืน อย่างไรก็ตาม คำพิพากษานี้ ได้ชี้ให้เห็นถึงดุลพินิจของผู้อำนวยการโรงเรียนในการสั่งให้ข้าราชการครูมาปฏิบัติราชการ แม้จะอยู่ในช่วงการปิดภาคเรียน การไม่มาปฏิบัติราชการตามคำสั่ง โดยไม่ยื่นใบลา ย่อมถือว่าเป็นการขาดราชการโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร. 

สพฐ.ยุบรวมหน่วยงานภายใน/ศธ.มีเวลา 6 เดือนแก้กฎหมายหลัก/เล็งใช้เทคโนฯตรวจลอกผลงาน/

สพฐ.ยุบรวมหน่วยงานภายใน/ศธ.มีเวลา 6 เดือนแก้กฎหมายหลัก/เล็งใช้เทคโนฯตรวจลอกผลงาน/ 2016 25 Oct
Written by

✎ สพฐ.ยุบรวมหน่วยงานภายใน จากเดิม 25 หน่วยงาน เหลือ 16 หน่วยงาน
หวังลดความซ้ำซ้อนในการปฎิบัติงาน เพื่อการให้การขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษามีความคล่องตัวมากขึ้น วันนี้ (24 ต.ค.) นายการุณ สกุลประดิษฐ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.) เปิดเผยว่า ในการประชุมผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เมื่อเร็วๆนี้ ที่ประชุมได้หารือถึงการปรับโครงสร้างภายในของ สพฐ.มีข้อสรุปว่า จะยุบหน่วยงานภายในจาก 25 หน่วยงาน ให้เหลือ 16 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักอำนวยการ สำนักการคลังและสินทรัพย์ สำนักติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักทดสอบทางการศึกษา สำนักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน สำนักนโยบายและแผนการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ สำนักพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษา สำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและนิติการ สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา กลุ่มพัฒนาระบบบริหาร กลุ่มตรวจสอบภายใน สำนักบริหารงานการมัธยมศึกษาตอนปลาย ศูนย์พัฒนาการนิเทศและเร่งรัดคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักพัฒนาการศึกษาเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ และ สำนักพัฒนาครูและบุคลากรการศึกษาขั้นพื้นฐาน “รมว.ศึกษาธิการมีนโยบายให้ปรับโครงสร้างภายในเพื่อให้ภารกิจของ สพฐ.ไม่ซ้ำซ้อน และมีประสิทธิภาพในการจัดการศึกษาอย่างมีคุณภาพ และเพื่อให้เกิดเอกภาพ เชื่อมโยงนโยบายไปสู่การปฎิบัติในระดับพื้นที่ได้คล่องตัวมากขึ้น อีกทั้งเป็นการรองรับการแยกสำนักวิชาการแยกออกจากสพฐ.ไปเป็นกรมวิชาการ ซึ่งจะต้องมีการเพิ่มภารกิจใหม่ เช่น การเพิ่มสำนักประถมศึกษา สำนักมัธยมศึกษา และสำนักกิจการนักเรียน เพื่อตอบโจทย์งานวิชาการในอนาคตด้วย” นายการุณกล่าว

ศธ.มีเวลา 6 เดือนแก้กฎหมายหลัก
รมว.ศึกษาธิการ ติดตามความคืบหน้างานปฏิรูปการศึกษา เร่งกฎหมายหลักและกฎหมายลูกของ ศธ.ต้องเสร็จภายในระยะเวลา 6 เดือน วันนี้ (24 ต.ค.) พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ในการประชุมผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) เมื่อเร็ว ๆ นี้ ตนได้ติดตามความคืบหน้างานปฏิรูปการศึกษา ซึ่งขณะนี้ ศธ.มีกฏหมายหลัก และกฎหมายลูกที่ต้องปรับปรุงหลายฉบับ เช่น พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ร.บ.การศึกษาตลอดชีวิต พ.ร.บ.โรงเรียนเอกชน และ พ.ร.บ.การอุดมศึกษา เป็นต้น ซึ่งตนได้ให้หลักการไปว่า การปรับปรุงกฎหมายต้องสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่จะมีการประกาศใช้ โดยนำข้อเสนอและความคิดเห็นของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช. )และสภาขับเคลื่อนการปฎิรูปประเทศ (สปท.)มาดูประกอบการร่างกฎหมาย พร้อมทั้งให้นำคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษามาใส่ไว้ด้วย และการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายต้องให้เป็นไปในทิศทางเดียวกับคณะกรรมการประสานงานรวม 3ฝ่าย ได้แก่ คณะรัฐมนตรี สนช.และสปท. ที่มีนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานด้วย “การปรับปรุง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ต้องแล้วเสร็จภายใน 6 เดือน ส่วนการปรับปรุงและจัดทำกฎหมายอื่น ๆ ยังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจน นอกจากนี้จะต้องเร่งการแก้ปัญหาความล่าช้าการบริหารงานบุคคลของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) และ การแก้ปัญหาเกี่ยวกับการประกันคุณภาพการศึกษาและการประเมินคุณภาพภายนอกสถานศึกษาด้วย”รมว.ศธ.กล่าว

ปลัด ศธ. เผย กระทรวงศึกษาธิการ เล็งใช้เทคโนฯตรวจลอกผลงาน และง่ายต่อการประเมิน เป็นระบบสากล

วันนี้ (24 ต.ค.) ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ในการประเมินเพื่อให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีวิทยฐานะและเลื่อนวิทยฐานะในปัจจุบันส่วนใหญ่ใช้ระบบการประเมินจากเอกสารรายงานความรู้ ความสามารถ หรือ เอกสารรายงานทางวิชาการรูปแบบต่างๆ แต่ในการส่งผลงานของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ผ่านมา ก็มีเสียงสะท้อนทั้งจากกรรมการผู้ประเมิน และกลุ่มข้าราชการที่ทำผลงานวิชาการเองว่า มีการลอกเลียนแบบ ทั้งลอกแบบเล็กน้อย และลอกจำนวนมาก ทำให้ไม่เกิดประโยชน์กับการพัฒนาวิชาการและวิชาชีพ จึงควรปรับปรุงระบบการตรวจสอบ โดยนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วย ดร.ชัยพฤกษ์ กล่าวต่อไปว่า จากการหารือเบื้องต้น พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ก็เห็นด้วยในหลักการปรับปรุงระบบการตรวจสอบเอกสารที่ใช้เสนอขอประเมินวิทยฐานะ โดยให้เพิ่มเติมเรื่องการใช้เทคโนโลยีเข้ามาตรวจสอบ ซึ่งปัจจุบันมีโปรแกรมตรวจสอบการลอกเลียนผลงานทางวิชาการ อาทิ TURNITIN ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ใช้ตรวจสอบการคัดลอกผลงานที่เป็นสิ่งพิมพ์ออนไลน์ พร้อมทั้งชี้แหล่งข้อมูลที่ปรากฏซ้ำ และแสดงรายการดังกล่าวเป็นแถบสี และระดับเปอร์เซนต์การเทียบซ้ำ โดยใช้หลักการเทียบซ้ำคำต่อคำ สามารถตรวจสอบได้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ทำให้ง่ายต่อการประเมินผลงานชิ้นนั้นๆ ซึ่งระบบนี้ใช้กันมากในระดับสากล ส่วนของไทยก็มีระบบอักขราวิสุทธิ์ที่ใช้ตรวจจับการคัดลอกวิทยานิพนธ์ ใช้กันมากในมหาวิทยาลัย “ จะมีการหารือเรื่องนี้ในการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) วันที่ 27 ต.ค.นี้ หากที่ประชุมให้ความเห็นชอบก็ต้องเร่งศึกษาว่าจะนำโปรแกรมที่มีอยู่แล้วมาใช้ หรือจะพัฒนาขึ้นมาใหม่"ปลัดศธ.กล่าว

"ชัยยศ" จ่อฟันขาใหญ่เกาะกินลูกเสือมานาน หลังพบทุจริตหลายโครงการ ลั่นกวาดบ้าน

วันนี้ (24 ต.ค.) ดร.ชัยยศ อิ่มสุวรรณ์ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในฐานะเลขาธิการสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ กิจการลูกเสือให้โปร่งใสเปิดเผยว่า ขณะนี้พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี ได้ลงนามคำสั่งแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ จำนวน 15 คนแล้ว หลังจากกรรมการชุดดังกล่าวหมดวาระตั้งแต่วันที่ 4 ก.ค.2559 และต่อจากนี้จะได้เดินหน้าขับเคลื่อนงานลูกเสือให้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรมตามนโยบายของ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ที่มีความต้องการปฎิรูปงานลูกเสือไม่ว่าจะเป็นการปรับโครงสร้างสำนักงานลูกเสือ รื้อหลักสูตรอบรมลูกเสือทุกรุ่นให้มีความทันสมัยมากขึ้น เนื่องจากหลักสูตรดังกล่าวไม่ได้ปรับปรุงมานานกว่า 20 ปี รวมถึงจัดทำประชาพิจารณ์การเปลี่ยนชุดลูกเสือด้วย รองปลัด ศธ.กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ตนยังพบข้อมูลว่า มีครู ประมาณ 300 คน เข้าอบรมในโครงการฝึกอบรมผู้บังคับบัญชาลูกเสือระดับผู้นำขั้นความรู้ชั้นสูงไปนานแล้ว แต่ยังไม่ได้รับวุฒิบัตร ตนจึงได้ตรวจสอบข้อมูลทำให้พบความไม่ชอบมาพากล เพราะผู้อำนวยการฝึกและทีมวิทยากรไม่ได้รับการอนุมัติจากเลขาธิการสำนักงานลูกเสือแห่งชาติแต่งตั้งให้เป็นผู้อบรม จึงเท่ากับว่าหลักสูตรนี้ยังไม่ได้ผ่านความเห็นชอบจากผู้บังคับบัญชา อีกทั้งยังมีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายการอบรมในอัตราค่อนข้างสูง เท่ากับเรื่องนี้มีการลักลอบดำเนินการ ซึ่งตนคิดว่าน่าจะเป็นขาใหญ่ในสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ ดังนั้นตนจะตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าใครที่เรียกรับเงินเพื่อดำเนินการทางวินัยต่อไป “ ยังมีอีกหลายเรื่องที่ดำเนินการไม่โปร่งใส โดยเฉพาะการขอเข็มลูกเสือสดุดี เนื่องจากมีการเรียกรับเงินเกิดขึ้น และบางคนมีการรับเข็มดังกล่าวถึง 3 ครั้งติดต่อกัน เพราะเข็มนี้ถือเป็นรางวัลอย่างหนึ่งที่แสดงถึงผลงานเชิงประจักษ์ ซึ่งผู้ได้รับจะสามารถยื่นขอมีวิทยฐานะหรือเลื่อนเป็นวิทยฐานะชำนาญการพิเศษและวิทยฐานะเชี่ยวชาญทุกตำแหน่ง (ว.13) ได้ เรื่องนี้เป็นระบบที่ทำมั่วไปหมดและส่อว่าจะมีการทุจริตด้วย ดังนั้นผมจะต้องปฎิรูปงานลูกเสือและเก็บกวาดบ้านให้สะอาด ” รองปลัด ศธ.กล่าว

 

 

Page 1 of 3
  • goldtraders.or.th
  • gpf.or.th
  • bot.or.th
  • Ceted2010
  • eppo.go.th
  • tmd.go.th

About us

สงวนลิขสิทธิ์ 2553
ศูนย์เทคโนโลยีทางการศึกษา
ถนนศรีอยุธยา เขตราชเทวี
กรุงเทพฯ 10400.

โทรศัพท์ : 0-2354-5730-40
โทรสาร : 0-2354-5741
อีเมล์ : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

Location Services

ศูนย์เทคโนโลยีทางการศึกษา ถนนศรีอยุธยา เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400

Top of Page